
หลังจากเรียนจบกันมา
พวกเราก็ห่างหายไปจากชีวิตของกันแทบจะสิ้นเชิง
บางคนไปเรียนต่อ อีกหลายคนยุ่งอยู่กับงาน
ที่ งานแต่งงานของใครบางคนในกลุ่มเมื่อต้นปี
เราจึงได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง
การพบกันครั้งนั้น
ก่อเกิดเป็นธรรมเนียมใหม่ประจำกลุ่ม
ที่เราจะ 'บังคับ' ตัวเองให้มาเจอกันทุกเดือน
อย่างน้อย...ก็จะได้ไม่ขาดการติดต่อกันไป
เหมือนที่มันเคยเกิดขึ้นตลอดห้าปีที่ผ่านมา
หลังจากไปบุฟเฟ่ท์ส้มตำที่โรงแรมหรูเดือนก่อน
คิวนี้...เป็นคาราโอเกะบ้าพลังไม่ไกลจากที่ทำงานของฉัน
เจ้าถิ่นจึงอาสาไปเฝ้าห้องก่อนตั้งแต่หกโมง
ปรากฎว่า 'เจ้าสาวเมื่อต้นปี' มาถึงพร้อมกับฉัน
โดยหนึ่งหนุ่มที่แล่นมาจากสุวรรณภูมิ
นั่งร้องเพลงนำหน้าไปก่อนตั้งแต่ยังไม่หกโมงดีแล้ว
เพลงที่ 'คนเคยเป็นเจ้าสาว' กดเลือกแต่ละเพลง
ทำเอาคนโสดในห้องแปลกใจบ้าง
แต่เราก็พยายามเข้าใจว่าเพื่อนคงจะ 'อินเทรนด์'
เหมือนที่เจ้าหล่อนเคยเป็นตลอดมาตอนสมัยเรียน
ยิ่งดึก เพื่อนยิ่งตามมาสมทบกันมากขึ้น
จนเรากรึ่ม เป็ปซี่ กันเต็มที่นั่นแหละ
จึงมีคนลุกไปปิดไฟ แล้วโดดขึ้นมาเต้นระเบิดกันแทน
คนร้องก็ร้องไป คนอื่นก็ตะเบ็งแหกปากไปตามเรื่อง
หกชั่วโมงที่ทั้งร้องทั้งเต้นจนเหนื่อย
จนคาราโอเกะปิดตอนเที่ยงคืนนั่นแหละ
เราจึงหันมาอัพเดทชีวิตกันแทนบ้าง
ถัดจากเรื่องเครียดๆ อย่างเรื่องงาน
ชีวิตรักจึงเป็นหัวข้อที่เพื่อนๆ อยากรู้
ในขณะที่ฉันขอบายหัวข้อนี้ เพราะไม่มีเรื่องอัพเดท
หลายคนทยอยเล่าเรื่องของตัวเองไปเรื่อย
จนถึงคิวของ 'คนไม่โสด' คนเดียวในห้อง
เธอนิ่งคล้ายจะตัดสินใจ
และในที่สุดเธอก็วางรอยยิ้มไว้บนหน้า
ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องด้วยประโยคง่ายๆแค่นี้...
...เราเลิกกับพี่เค้าตั้งเกือบครึ่งปีแล้วล่ะ...
สีหน้าสีตาที่นิ่งจนคนมองสะท้อนใจ
คงมีแต่คนที่เคยผ่านจุดของการสูญเสียอย่างที่สุดมาแล้วเท่านั้น
จึงจะ กำหนด ความรู้สึกให้เรียบเฉยได้เพียงนี้
หลายคนยังคิดว่าตัวเองฟังผิด
'เธอ' จึงย้ำอีกครั้งด้วยเสียงเรียบๆแบบเดิม
...ตอนแต่งงานฉันก็คิดเหมือนผู้หญิงคนอื่นแหละ...
...อยากมีครอบครัว มีชีวิตแต่งงานที่มีความสุข...
...เค้ากลับตัวแล้ว เขาคงจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก...
...ตลอดเวลาที่เค้ากลับมา...
...เค้าดีจนเหมือนจะชดเชยที่เคยทิ้งเราไปหาคนอื่น...
...ตอนที่เค้าขอแต่งงาน เราถึงได้ตอบตกลงไป...
ฉันย้อนนึกถึงหลายๆคำพูดที่เธอเคยเปรยให้ฟัง
ท่าทางแปลกๆเวลาพูดถึง 'คนทางบ้าน'
กิริยาไม่แยแสสิ่งใดที่เธอแสดงออก
รวมไปถึงอาการติดเพื่อนผิดวิสัยคนแต่งงานแล้ว
นี่เอง...เหตุผลทั้งหมดชัดเจนขึ้นตอนนี้เอง
...ไม่อยากจะทนกันต่อไป...
...ผู้ชายคนนี้โกหก ไม่เคยพูดความจริงเลย...
...พวกแกเชื่อมั้ย เค้าเคยแต่งงานแล้วก็หย่ามาแล้ว...
...ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย เค้าไม่เคยพูดเลยสักคำ...
เรื่องราวตั้งแต่ต้นทยอยกันออกมาจากปากของเธอ
เสียงเรียบ เอ่ยทุกคำมั่นคง ไม่เครือสักนิด
...ผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กที่ทำงาน...
...ทั้งรู้ว่าพี่เค้ามีครอบครัวแล้ว...
...มันก็ยังกล้าพูดว่า 'มันจะเอา'...
...ถ้าเค้าพูดสักคำ แสดงสักนิดว่ารักฉัน...
...ฉันคงไม่ทำแบบนี้หรอก...
...แกรู้มั้ย...ตอนฉันเข้าโรงพยาบาล...
...คนที่เคยบอกว่ารักฉัน มันไม่เคยมาแยแสสักนิด...
...โน่น...มันพาเด็กคนนั้นไปเที่ยวต่างจังหวัด...
...ถ้าทำกันได้อย่างนี้จะอยู่กันไปทำไม...
ฉันต้องรวบรวมความกล้าไม่น้อย
ที่จะลุกไปนั่งข้างๆ และกอดเธอเอาไว้แน่นๆ
เพื่อนบีบมือฉันนิดเดียว
ก่อนจะยิ้มมั่นใจให้พวกเราทุกคนอีกครั้ง
...เราโอเคนะ คงเพราะรู้ระแคะระคายมานานแล้ว...
...ตอนที่ตัดสินใจเลิก ไม่ได้ร้องไห้เลยสักนิด เชื่อมั้ย...
ฉันว่าฉันฟังไม่ผิดหรอก...
ว่าเธอพูดประโยคต่อไปด้วยท่าที 'ไม่ใส่ใจ' ใดใดทั้งสิ้น
...พี่เค้าต่างหากที่ร้องไห้...
...ฉันไม่ร้องเลยนะแก น้ำตาฉันไม่มีเหลือไว้ร้องไห้แล้ว...
ชายหนุ่มในกลุ่ม คนซึ่งปกติแล้วอารมณ์ดีตลอดเวลา
เป็นครั้งแรกที่เราทุกคนเห็นเขาโกรธ
...มันมาทำอย่างนี้กับเพื่อนเราได้ยังไง...
บรรยากาศในห้องเหมือนจะหม่นมัวลงทุกที
...ใช่...เพื่อนเรา เรารักของเรากันมานาน...
...ผู้ชายคนนั้นมันถือว่าตัวเองเป็นใคร...
...มาทำให้เพื่อนเราต้องเสียใจอย่างนี้...
ยิ่งเรื่องราวที่เล่าออกจากปากเพื่อนมากเท่าไหร่
ความเลวของผู้ชายอีกคนหนึ่งก็ยิ่งทบทวีเท่านั้น
เพื่อนสาวคนเคยมองโลกในแง่ดีของพวกเรา
คนที่คำน้อยไม่เคยด่าใครแม้แต่คนเดียว
ยังคงพูดถึงผู้ชายคนที่เธอ 'รักจนถึงทุกวันนี้'
...เค้าน่าสงสาร...
ไม่ใช่แค่น่าสงสาร
ฉันกลับคิดว่าเขาเป็น 'คนโง่ที่น่าสมเพช' ต่างหาก
ใช่...คนโง่ที่มองไม่เห็นความรักที่มีแต่ให้
คนไร้สมองแบบนั้น สมควรแล้ว
ที่จะต้องสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตไป
ใครๆ ชอบบอกว่าเวลามีคนกลับตัว
ต้องให้โอกาสเขาบ้าง
แต่...เราทุกคนอาจจะอยู่ในโลกที่ดีเกินไป
เราจึงแทบไม่เชื่อหู
เมื่อ 'ผู้ชายคนนั้น'ไม่มีแม้แต่ความสำนึกในสิ่งที่ทำไว้
นอกจากจะพาผู้หญิงอื่นเข้าไปที่คอนโดของเพื่อนฉัน
มันยังมีหน้ากลับมาขอรถที่เพื่อนฉันเป็นคนซื้ออีกด้วย
คนที่กล้าใช้ความรักของผู้หญิงคนหนึ่ง
มาเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อให้ได้ทุกสิ่ง
หัวใจเขา...ทำด้วยอะไรกัน
หรือการทำดีอาจจะเป็นเรื่องยากจริงๆ
เพราะคนบางคนมันเลวได้ไร้ขีดจำกัดอย่างเหลือเชื่อ
ทุกวันนี้เพื่อนทำบุญใส่บาตรสม่ำเสมอ
เราทุกคนอดซึมไม่ได้
เมื่อต้องทำความเข้าใจว่า
ผู้หญิงที่เคยสดใสมีอนาคตคนหนึ่ง
กลับต้องมีสถานะภาพใหม่ติดตัว
เพียงเพราะผู้ชายชั่วๆ ที่เห็นแก่ตัวคนนั้น
เรายังยิ้มให้กันก่อนแยกย้าย
คำพูดสุดท้ายที่ฉันบอกกับเพื่อน
...ชาติก่อนแกอาจจะทำอะไรเค้าเอาไว้เยอะ...
...คิดซะว่าชาตินี้เรามาชดใช้ให้เค้าละกัน...
เพื่อนยังหัวเราะตอนฟังจบ พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย
...ขอให้มันหมดจริงๆเหอะว่ะ...
เราไม่ได้กอดลากันด้วยซ้ำ
แต่เราทุกคนรู้ดี...
เราได้สูญเสียเพื่อนผู้แสนอ่อนโยนไปแล้ว
และวันนี้...ความทุกข์ได้หล่อหลอมให้เธอ
เป็นผู้หญิงแกร่งอีกหนึ่งคน
ที่พร้อมจะเดินไปข้างหน้าเพียงลำพัง
เพราะเธอรู้ดีว่า...
เธอเคยอยู่คนเดียวมาได้บนโลกใบเดิม
จะไปยากอะไร...ที่จะต้องใช้ชีวิตที่เหลือให้ได้
...เพียงลำพัง...
...อีกครั้ง...
ระหว่างขับรถกลับบ้าน
ฉันอดคิดไม่ได้...สำหรับผู้หญิงเรา
คงไม่มีใครอยากมีชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว
แต่...บางครั้ง...กับบางคน
การอยู่คนเดียว...อาจจะดีกว่า
เพราะการอยู่กับคนที่ 'เรารัก'
ไม่เหมือนการได้อยู่กับคนที่ 'รักเรา'
และความหมายของสองคำนี้
ก็ต่างกันสุดฟ้าไกล
ฉันยังเชื่อว่าทุกคนเกิดมาเพื่อเรียนรู้คำว่า 'รัก'
แต่กับใครอีกหลายคน
เราอาจจะถูกเลือกให้เกิดมา
...เพื่อรัก...หรือ...ถูกรัก...
เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง...เท่านั้นเอง
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
UP : ยิ้ม...อธิบายความหมายของคำว่า 'เพื่อน'
ได้มากกว่าคำพูดไหนๆ
...ขอโทษ...ที่ไม่ได้เล่าให้ฟังตั้งแต่แรก...
...ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจพวกแกนะ...
...ฉันแค่ไม่อยากให้พวกแกเป็นห่วง...
โดยเฉพาะอาการโกรธเคืองของชายหนุ่มประจำกลุ่ม
ก็ยิ่งทำให้เราทุกคนอุ่นใจได้ว่า
...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...
...ที่ตรงนี้จะมีคนที่รักและห่วงใยเรา...เสมอ...
UP : ตะเบ็งร้องเพลงกันจนเจ็บคอ
ตั้งแต่สุนทราภรณ์จนมาถึงโฟร์-มด เลยทีเดียว
ขำตอนอินโทรเพลงคุณลำไยขึ้น
พวกเราเผลอกระโดดขึ้นโซฟาเซิ้งกันเต็มสตรีม
ไว้ลายสถาบันกันเต็มที่เลย อิอิ
UP : เสียงโหวตส่วนใหญ่รีเควสขอไปแดนซ์คราวหน้า
คุณๆ ที่นี่แนะนำหน่อยค่ะ
ว่าควรจะไป 'ติ๊ดชึ่ง' ที่ไหนกันดี
เอาแบบว่าเปิดเพลงเพราะๆ - ไม่มั่วสุม
ดูเป็นผู้ใหญ่นิดๆ แล้วก็ไม่ต้องระวังเหยียบติงใครด้วยนะคะ :P
ส่วนเรื่องความปลอดภัย หายห่วงได้เลยค่ะ
เพราะเรามีผู้ชายในกลุ่มพร้อมจะไปเป็นบอดี้การ์ดอยู่แล้ว
(หรือจะมีหนุ่มคนไหนอาสาไปดูแลฉันเป็นการพิเศษมั้ยคะ ฮา...)
UP : ขับรถกลับบ้านตอนตีหนึ่ง...คนเดียว
ปิดแอร์ เปิดซันรูฟ ไขกระจกนิดๆ
ฟ้ามืด หมอกจาง ลมเย็น ท้องถนนร้างไร้ผู้คน
โลกเหมือนจะสงบ นิ่ง
แล้วฉันก็ได้รู้ว่า
...บางเวลาความสุขก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด...
Down : ทำไมเรื่องแบบนี้
ต้องมาเกิดกับเพื่อนเรา?
Down : หลังจากฟังเรื่องของเพื่อนจบ
ฉันว่าฉันเริ่ม 'กลัว' ความรักอีกแล้วล่ะ - -''
Title : โลกใบเดิม
Aritst : ธงไชย แมคอินไตย์
เธอ : แกหาเพลงโลกใบเดิมของพี่เบิร์ดให้หน่อยดิ๊
ฉัน : อะไรวะ ทำไมแกร้องแต่เพลงเศร้าๆ ฉันสิวะที่ต้องร้อง
เธอ : เฮ้ย...เพลงเนี้ย ชีวิตฉันเลยนะเว้ย
ณ วินาทีนั้น...ฉันไม่เคยคิดเลย
ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
เราจะต้องได้รับรู้ความจริง...ที่น่าเจ็บปวดขนาดนี้...
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
ฉันเคยเข้าใจว่าเธอน่ะเป็นทุกอย่าง
เมื่อมาวันหนึ่งเธอแยกทาง จึงไม่เหลืออะไร
ไม่มีอะไรที่ดีอีกแล้ว ก็คงเหมือนโลกแตกไป
ไม่มีวัน ไม่มีวัน เป็นอย่างเคย...
ไม่รู้ว่าจมอารมณ์อยู่นานเท่าไหร่
แต่ได้ยินเสียงนกไกล ๆ ยังเป็นเสียงเดิมเลย
และดวงตะวัน ก็ยังส่องแสง อยู่บนยอดไม้อย่างเคย
ก็เลยได้เห็น ก็เลยได้รู้ ได้ลอง คิดใหม่
นี่โลกใบเดิม มันก็ยังหมุน อย่างเดิม ตามที่เคยเห็น
คนๆ นั้นคนเดียว ก็แค่คนเดียว ไม่เห็นเป็นไร
และโลกของฉัน มันก็ยังหมุน และวันนี้ ฉันก็ยังไม่ตาย
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ
ผู้คนที่รายรอบตัวก็มีมากมาย
เพื่อนที่คอยช่วยให้แรงใจ ยังมีให้พึ่งพา
ฉันมัวไปจมกับคนแบบนั้น ไม่มีใครในสายตา
แต่มาวันนี้ ก็เลยได้รู้ ได้ลอง คิดใหม่
นี่โลกใบเดิม มันก็ยังหมุน อย่างเดิม ตามที่เคยเห็น
คนๆ นั้นคนเดียว ก็แค่คนเดียว ไม่เห็นเป็นไร
และโลกของฉัน มันก็ยังหมุน และวันนี้ ฉันก็ยังไม่ตาย
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ
นี่โลกใบเดิม มันก็ยังหมุน อย่างเดิม ตามที่เคยเห็น
คนๆ นั้นคนเดียว ก็แค่คนเดียว ไม่เห็นเป็นไร
และโลกของฉัน มันก็ยังหมุน และวันนี้ ฉันก็ยังไม่ตาย
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ
ต้องมีเรื่องใหม่ๆ ต้องพร้อมหัวใจ ให้พร้อมเจอ....